กรมธรรม์ ธกส มอบรัก 1/1 พลัส

เป็นกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ แบบคุ้มครองสินเชื่อแก่ลูกค้าผู้กู้ของธนาคารและคู่สมรสเพื่อการคุ้มครองชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จำนวนเงินทุนสงเคราะห์สูงสุด 500,000 บาทต่อราย ส่งชำระเป็นรายปี ครบกำหนดแล้วไม่มีเงินคืน สามารถส่งชำระเพื่อขอต่ออายุเป็นรายปีได้จนถึงอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

 

คุณสมบัติของผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์และเงื่อนไขสำคัญกรมธรรม์

เฉพาะผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์ที่เป็นเกษตรกรลูกค้าผู้กู้และคู่สมรส ตามข้อบังคับที่ธนาคารกำหนด อายุระหว่าง 60-70 ปีบริบูรณ์ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นผู้พิการ

ทั้งนี้ กรมธรรม์มีผลบังคับโดยสมบูรณ์หลังจากระยะเวลารอคอย 180 วัน และธนาคารมีสิทธิโต้แย้งหรือคัดค้านความไม่สมบูรณ์ของสัญญา หรือบอกล้างสัญญาได้ภายใน 1 ปี กรณีผู้ฝากเงินสงเคราะห์เสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินผลประโยชน์ส่วนที่เหลือหลังจากหักชำระหนี้ที่มีกับธนาคาร และหากกรมธรรม์ขาดผลบังคับต้องขอฝากใหม่เท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มเติมตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

 

การขอฝากเงินสงเคราะห์ตามกรมธรรม์  ติดต่อธนาคารสาขาที่ขึ้นทะเบียนลูกค้า โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์แบบคุ้มครองสินเชื่อ

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ที่ผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์เป็นเจ้าของบัญชี

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์

 

การส่งชำระเงินฝากสงเคราะห์ที่ขอต่ออายุ

1. หักบัญชี ตามที่ระบุในใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์ โดยนำเงิน เข้าบัญชีของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตามจำนวน ที่ระบุในใบแจ้งการส่งเงินฝากสงเคราะห์

2. ชำระเป็นเงินสด โดยนำใบแจ้งการส่งเงินฝากสงเคราะห์ติดต่อเคาน์เตอร์สาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งชำระภายในวันที่ครบกำหนด หรือ ระยะเวลาผ่อนผัน 31 วันนับจากวันที่ครบกำหนด

**ข้อพึงระวัง** กรมธรรม์จะขาดผลบังคับทันที กรณีไม่ได้ส่งชำระเงินฝากสงเคราะห์ภายในระยะเวลาผ่อนผันข้างต้น

 

ระยะเวลาคุ้มครอง

1. เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่ธนาคารได้อนุมัติรับฝากเงินตามใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์ของผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลคุ้มครองย้อนหลังไปยังเวลา 12.00 น. ของวันที่ธนาคารได้รับชำระเงินฝากสงเคราะห์

2. คุ้มครอง 1 ปี และสิ้นสุดความคุ้มครองเวลา 12.00 น. ของวันที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

 

 

ผลประโยชน์

กรณีผู้ฝากเงินสงเคราะห์เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ผู้รับประโยชน์หรือผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตามแต่กรณี จะได้รับเงิน 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ในส่วนที่เหลือ  หลังจากหักชำระหนี้ที่มีกับธนาคาร

 

ความคุ้มครองกรณีขอความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติม

1. กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รับเพิ่มอีก 100% ของเงินทุนสงเคราะห์

2. คุ้มครองสูญเสียอวัยวะ สายตา และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงอันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุ ภายใน 180 วันนับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ รับเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์สัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ

 

การขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์ ติดต่อธนาคารสาขาทั่วประเทศ โดยเตรียม เอกสารดังนี้

1. ใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนากรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

4. เอกสารเกี่ยวข้องตามแต่กรณีที่ขอแก้ไข เช่น สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลผู้ฝากเงินสงเคราะห์, สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า, สำเนาบัตรประจำประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์, สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก เป็นต้น พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

5. สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ ในกรณีผู้รับประโยชน์มิใช่บุคคล 5 ประเภท ซึ่งประกอบด้วย บิดา มารดา สามี ภรรยา และบุตร ให้จัดทำ”บันทึกเพิ่มเติมการขอฝากเงินสงเคราะห์”

 

การยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์  มีข้อควรทราบและการจัดเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้

1. ระยะเวลาที่จะต้องแจ้ง

• แจ้งภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต หรือภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ทราบว่ามีการฝากเงินสงเคราะห์

• แจ้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2 ท่าน ลงความเห็นรับรองว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

 

2. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติ

ผู้รับประโยชน์ต้องจัดทำเอกสารเพื่อการขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์และนำส่งเอกสารตามรายการ ดังนี้

2.1 ใบคำร้องขอรับประโยชน์มรณกรรม / ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

2.2 หนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา จำนวน 5 ชุด

2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และผู้รับประโยชน์

2.4 ต้นฉบับกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ / ใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์

2.5 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ที่มีการจำหน่าย “ตาย” และของผู้รับประโยชน์

2.6 สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา มารดา โดยชอบธรรม (กรณีผู้รับประโยชน์อายุต่ำกว่า 15 ปี)

2.7 สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และสำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ของผู้ฝากเงินสงเคราะห์และผู้รับประโยชน์

2.8 สำเนาใบมรณบัตรของผู้ฝากเงินสงเคราะห์

2.9 สำเนาหนังสือรับรองการตาย (กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล)

2.10 ประวัติการรักษาพยาบาล

 

3. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ

           นอกจากยื่นเอกสารตามข้อ 2 ข้างต้นแล้ว จะต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

3.1 สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี

3.2 สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ (หน้า-หลัง)

3.3 สำเนารายงานการตรวจทางนิติเวช / ตรวจศพ (ถ้ามี)

 

4. เตรียมเอกสารกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

ใช้เอกสารตามข้อ 2.1 - 2.6 โดยใช้หลักฐานเฉพาะผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่า ผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงแล้ว ซึ่งรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2 ท่าน

 

**ข้อพึงระวัง** สำเนาเอกสารที่จัดส่งธนาคาร จะต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแสดงต้นฉบับ


" ธ.ก.ส. เป็นมากกว่าธนาคาร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย "

กลับสู่ด้านบน