วันนี้ (31 ตุลาคม 2569) ณ โรงแรม Pemako กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน นายอนุทิน
ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย
ดาโช เชริง โตบเกย์ (Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีภูฏาน
เป็นประธานสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข
ด้านการเงินโดยเฉพาะสินเชื่อสีเขียว
และด้านความร่วมมือพลังงานสะอาดโดยมี
ดร.เอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นางสาวไตรศุลี
ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายฉัตรชัย ศิริไล
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจต่อเนื่องกับธนาคารเพื่อการพัฒนาภูฏาน
จำกัด (Bhutan Development Bank Limited:
BDBL) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการเงิน
โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อการเชื่อมโยงบริการโอนเงินระหว่างประเทศ
และการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนของทั้งสองประเทศ
เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินและขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย
อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเข้มแข็ง
นอกจากนี้ไทยและภูฏานยังมีการลงนามบันทึกอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ด้านสาธารณสุขระหว่างกระทรวงสาธารณสุขทั้ง
2 ประเทศ ที่มุ่งพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าการป้องกันและควบคุมโรค
การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และการวิจัยทางการแพทย์ รวมถึงขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ดิจิทัล
การแพทย์ทางไกล และการประยุกต์ใช้ AI ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยชาวภูฏานมารับการรักษา
ในโรงพยาบาลของรัฐในประเทศไทย เพื่อยกระดับคุณภาพและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และด้านพลังงานสะอาด
ระหว่างสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กระทรวงการคลังภูฏาน
และบริษัท Norion
Renewable Energy Limited เพื่อให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการเกษตรพลังงานแสงอาทิตย์ตาเรย์ทัง
ขนาด 100 เมกะวัตต์
ในภูฏานซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของ ธ.ก.ส. ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ความร่วมมือด้านการเงินและการเกษตรระหว่างสองประเทศ และ ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าบทบาทการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน ที่ให้การสนับสนุนตามแนวทางการเป็นแกนกลางทางการเกษตร (Essence of Agriculture) ในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากของไทยไปต่อยอดสู่ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนระหว่างสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


