คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (MD&A)


ปึบัญชี 2559 ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559

ปึบัญชี 2559 ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559

ปึบัญชี 2559 ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 4 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2559

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558


ผลการดำเนินงานด้านไม่ใช่การเงิน


ข้อมูลสำคัญของธนาคาร

รายการ หน่วย ปีบัญชี
2556 2557 2558 2559 2560
1. จำนวนสาขา สาขา 1,180 1,250 1,275 1,275 1,274
2. จำนวนสำนักงานจังหวัด (สนจ.) สนจ. 77 77 77 77 77
3. จำนวนหน่วยธุรกิจสินเชื่อ หน่วย 1,051 1,074 1,092 1,101 1,101
4. จำนวนจุดบริการ ATM เครื่อง 1,507 2,001 2,001 2,001 2,001
5. จำนวนพนักงาน คน 18,496 19,289 20,037 20,208 20,375
6. จำนวนลูกค้าเงินฝาก  
6.1 บุคคล รายบัญชี 22,932,832 24,713,667 26,380,263 29,736,555 31,633,003
6.2 นิติบุคคล รายบัญชี 307,894 360,659 436,896 545,160 606,602
6.3 ภาครัฐ รายบัญชี 362,203 386,334 400,109 408,631 410,480
7. จำนวนลูกค้าสินเชื่อ  
7.1 เกษตรกรรายคน ครัวเรือน 5,471,890 5,591,753 5,683,847 5,738,046 5,772,250
7.2 บุคคลทั่วไป ราย 230,874 255,243 280,200 281,939 281,675
8. เงินให้สินเชื่อ  
8.1 เกษตรกรรายคน ล้านบาท 712,365 784,319 897,604 987,070 1,028,060
8.2 สหกรณ์การเกษตร ล้านบาท 57,522 73,417 71,524 78,291 72,019
8.3 กลุ่มเกษตรกร ล้านบาท 309 450 425 491 467
8.4 โครงการนโยบายรัฐ ล้านบาท 19,068 24,428 24,555 18,9981/ 11,5561/

หมายเหตุ:

- ปีบัญชี 2560 ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2560

- 1/โครงการนโยบายรัฐ ประกอบด้วย

1. PSA-จำนำผลผลิต จำนวน 11,556 ล้านบาท

2. ทุนรัฐบาล จำนวน 1,045 ล้านบาท (ถูกนำไปคำนวณในสินเชื่ออื่น ตั้งแต่งบเดือนกันยายน 2559 เป็นต้นไป)

แผนงาน / โครงการที่สำคัญ

โครงการกองทุนทวีสุข

ธนาคารได้ดำเนินงานจัดทำโครงการกองทุนทวีสุขเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ออมเงินไว้ใช้เป็นสวัสดิการแก่ตนเองและครอบครัวเมื่อเข้าสู่วัยชรา อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้มีความยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง โดยธนาคารจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่มีการออมเงินอย่างต่อเนื่องทุกราย มุ่งหวังสร้างแรงจูงใจให้เกิดนิสัยรักการออมเงิน รวมทั้งเป็นการสร้างความผูกพันสายใยที่ดีระหว่างธนาคารกับเกษตรกรลูกค้า

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุ 20 – 55 ปี ที่ขึ้นทะเบียนเงินกู้ไว้แล้ว

2. เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ “ทวีสุข” คนละ 1 บัญชีเท่านั้น มีให้เลือก 3 รูปแบบการออม (1,200/6,000/12,000 บาทต่อปี)

ผลการดำเนินงานโครงการกองทุนทวีสุข

ผลการดำเนินงานสะสม ณ เดือนกันยายน 2560 ปีบัญชี 2560 มีสมาชิกจำนวน 1,457,277 ราย มีเงินกองทุน เป็นเงิน 8,791.37 ล้านบาท

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน เป็นรูปแบบการให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ที่มีรายได้น้อย/ด้อยโอกาสและบุคคลทั่วไปที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ และมีความประสงค์ในการประกอบอาชีพเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่ม โดยขอสินเชื่อผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่ตนสังกัดเป็นสมาชิกหรือขอเข้าสังกัดเป็นสมาชิกใหม่ในองค์กรการเงินชุมชนที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ หรือเป็นแหล่งที่ตนประกอบอาชีพหลักเป็นสำคัญ สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน จึงถือเป็นสินเชื่อที่ปิดช่องว่างและสานรอยต่อจากสินเชื่ออื่นทุกประเภทที่ ธ.ก.ส. มีอยู่เพื่อเชื่อมไปยังผู้ที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส หรือบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะประกอบอาชีพที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เพิ่มหนี้ซ้ำซ้อนให้กับลูกค้าของ ธ.ก.ส.รายเดิม

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไว้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2) กลุ่มบุคคลทั่วไป 3) กลุ่มผู้ผ่านการอบรมจากหน่วยงานภาครัฐมาแล้ว 4) กลุ่มผู้จบการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวช. ขึ้นไป ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นบริการทางการเงินฐานราก (Microfinance) ได้อย่างทั่วถึง ตรงกับความต้องการ และสามารถลดภาระการกู้ยืมเงินนอกระบบได้ โดยใช้กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ส่งเสริมองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างงานเสริมรายได้ให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และเสริมบทบาท ของ ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสามารถปิดช่องทางของการให้บริการด้านการเงินเชิงพาณิชย์ของนายทุนซึ่งเป็นปัจจัยในการก่อหนี้นอกระบบแก่บุคคลผู้มีรายได้น้อยในชุมชน


ผลการดำเนินงานสินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน

ผลการดำเนินงานสะสม ณ เดือนกันยายน 2560 ปีบัญชี 2560 จ่ายสินเชื่อสะสม เป็นเงิน 29.22 ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีการรับชำระคืนเงินกู้สะสม เป็นเงิน 123.91 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร

ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะใช้กลไกประชารัฐในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 มีมติเห็นชอบมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 5 มาตรการ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชนบท โดยพัฒนาโครงการยุ้งฉาง โรงสีขนาดเล็ก พร้อมให้หมู่บ้านเสนอการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ยังขาดแคลน สร้าง SME เกษตรผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ทางธนาคารได้เห็นชอบให้ธนาคารปรับปรุงโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย เป็นโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย และอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมจากเดิม 50,000 ล้านบาท เป็น 72,000 ล้านบาท รวมถึงกำหนดวงเงินกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท ระยะเวลาการให้กู้เงินตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลที่มีนโยบายขับเคลื่อน

วัตถุประสงค์โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร

1. เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเกษตรที่ดีให้มีความเข้มแข็งและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
2. เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเป็นผู้ประกอบการภาคเกษตร มีความสามารถในการจัดการธุรกิจด้วยตัวเองหรือร่วมกลุ่ม
3. เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร
4. เพื่อก่อให้เกิดการจ้างแรงงานในภาคชนบทเพิ่มมากขึ้น


คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

SME เกษตร ประกอบด้วยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน รวมทั้งองค์กรที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกร ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเกษตรหรือเกี่ยวเนื่อง ภาคเกษตร มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้หรือสร้างนวัตกรรมการเกษตร หรือใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคการเกษตรไทย

ผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนกันยายน 2560 ปีบัญชี 2560 ธ.ก.ส. จ่ายสินเชื่อแล้วจำนวน 75,740 ราย เป็นเงิน 81,943.30 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ

โครงการตามนโยบายรัฐที่สำคัญ ปี 2557/2558

โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ในการประชุมวันที่ 23 สิงหาคม 2557 มีมติให้ความเห็นชอบดำเนินโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนให้เข้ามาเป็นหนี้ในระบบ

วัตถุประสงค์โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

1. เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นหนี้ในระบบ
2.เพื่อช่วยลดภาระหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็นและเป็นภาระหนักให้แก่เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน
3.เพื่อให้เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนมีโอกาสฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นสามารถดำรงชีพได้อย่างเป็นปกติสุข

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นเกษตรกรที่ธนาคารรับขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าประจำสาขาตามข้อบังคับฉบับที่ 44

2. เป็นผู้มีหนี้นอกระบบ และให้รวมถึงหนี้นอกระบบของคู่สมรส หรือบุตรหรือคู่สมรสของบุตร หรือบิดาหรือมารดา หรือผู้อุปการะเลี้ยงดู ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

3. เป็นผู้มีความสามารถสร้างรายได้ทางการเกษตร และหรือรายได้อื่นเพียงพอต่อการชำระหนี้เงินกู้


ผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

ผลการดำเนินงาน เดือนกันยายน 2560 ปีบัญชี 2560 จ่ายสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ (รายละไม่เกิน 100,000 บาท) จำนวน 36,298 ราย เป็นเงิน 3,231 ล้านบาท จ่ายสินเชื่อเพื่อสงวนสิทธิ์ที่ดินทำกิน (รายละไม่เกิน 150,000 บาท) จำนวน 1,545 ราย เป็นเงิน 162 ล้านบาท

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560

ตามที่คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการยกระดับประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมและการช่วยเหลือของภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จากัด (มหาชน) กรมบัญชีกลาง (สานักงานคลังจังหวัด) และสานักงานเขตกรุงเทพมหานคร เป็นกลไกรับลงทะเบียน โดยลงทะเบียนที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น ระหว่างวันที่ 3 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่ครอบคลุมและทันสมัย สามารถนาไปกาหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. ยกระดับประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมและการช่วยเหลือของภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

1. มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2542)

3. ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท

4. ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจานวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

5. ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย


ผลการดำเนินงานโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560

ผลการดำเนินงานสะสมตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2560 ปีบัญชี 2560 มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ ธ.ก.ส. จำนวน 7,724,580 ราย

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560

ประเทศไทยได้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม ก่อให้เกิดความเสียหายกับชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก การประกันภัยพืชผลทางการเกษตรเป็นแนวทางหนึ่งใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านการผลิตแก่เกษตรกร คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 และคณะรัฐมนตรีในการประชุม เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบหมายให้ธนาคารทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยเอกชน ระยะเวลาดำเนินการขอเอาประกันภัย ทุกภาค เริ่มจำหน่ายวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ยกเว้นภาคใต้ ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อพัฒนารูปแบบการประกันภัยพืชผลให้มีความเหมาะสม
2. เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการพึ่งพาตนเอง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3. เพื่อให้เกษตรกรมีการจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตและสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างทั่วถึง

คุณสมบัติผู้ขอเอาประกันภัย

เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว ที่ขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ผู้เพาะปลูกข้าว กับกรมส่งเสริมการเกษตร ปีการผลิต 2560/61

วงเงินคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทน

ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน จำนวน 1,260 บาทต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 6 ภัย ได้แก่ น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก, ภัยแล้งฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง, ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น, ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง, ลูกเห็บ และไฟไหม้ และรับค่าสินไหมทดแทน จำนวน 630 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด ทั้งนี้ จำนวนเงินรับผิดชอบสูงสุดไม่เกิน 1,260 บาทต่อไร่


ผลการดำเนินงานโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560

ผลการดำเนินงานเดือนกันยายน 2560 ปีบัญชี 2560 เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,585,031 ราย จำนวน 23.78 ล้านไร่

ดาวน์โหลด Application ธ.ก.ส. (BAAC Application)
สงวนลิขสิทธิ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
กลับสู่ด้านบน