คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (MD&A)


ปึบัญชี 2559 ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559

ปึบัญชี 2559 ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 4 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2559

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558

ปึบัญชี 2558 ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558


ผลการดำเนินงานด้านไม่ใช่การเงิน


ข้อมูลสำคัญของธนาคาร

รายการ หน่วย ปีบัญชี
2555 2556 2557 2558 2559
1. จำนวนสาขา สาขา 1,137 1,180 1,250 1,275 1,275
2. จำนวนสำนักงานจังหวัด (สนจ.) สนจ. 77 77 77 77 77
3. จำนวนหน่วยธุรกิจสินเชื่อ หน่วย 1,018 1,051 1,074 1,092 1,101
4. จำนวนจุดบริการ ATM เครื่อง 1,301 1,507 2,001 2,001 2,001
5. จำนวนพนักงาน คน 15,913 18,496 19,289 20,037 20,208
6. จำนวนลูกค้าเงินฝาก  
6.1 บุคคล รายบัญชี 21,150,958 22,932,832 24,713,667 26,380,263 29,736,555
6.2 นิติบุคคล รายบัญชี 243,428 307,894 360,659 436,896 545,160
6.3 ภาครัฐ รายบัญชี 337,578 362,203 386,334 400,109 408,631
7. จำนวนลูกค้าสินเชื่อ  
7.1 เกษตรกรรายคน ครัวเรือน 5,378,204 5,471,890 5,591,753 5,683,847 5,738,046
7.2 บุคคลทั่วไป ราย 204,499 230,874 255,243 280,200 281,939
8. เงินให้สินเชื่อ  
8.1 เกษตรกรรายคน ล้านบาท 625,492 712,365 784,319 897,604 987,070
8.2 สหกรณ์การเกษตร ล้านบาท 43,551 57,522 73,417 71,524 78,291
8.3 กลุ่มเกษตรกร ล้านบาท 151 309 450 425 491
8.4 โครงการนโยบายรัฐ ล้านบาท 41,625 19,068 24,428 24,555 18,9981/

หมายเหตุ:

- ปีบัญชี 2559 ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2560

- 1/โครงการนโยบายรัฐ ประกอบด้วย

1. PSA-จำนำผลผลิต จำนวน 18,998 ล้านบาท

2. ทุนรัฐบาล จำนวน 1,085 ล้านบาท (ถูกนำไปคำนวณในสินเชื่ออื่น ตั้งแต่งบเดือนกันยายนเป็นต้นไป)

แผนงาน / โครงการที่สำคัญ

โครงการกองทุนทวีสุข

ธนาคารได้ดำเนินงานจัดทำโครงการกองทุนทวีสุขเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ออมเงินไว้ใช้เป็นสวัสดิการแก่ตนเองและครอบครัวเมื่อเข้าสู่วัยชรา อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้มีความยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง โดยธนาคารจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่มีการออมเงินอย่างต่อเนื่องทุกราย มุ่งหวังสร้างแรงจูงใจให้เกิดนิสัยรักการออมเงิน รวมทั้งเป็นการสร้างความผูกพันสายใยที่ดีระหว่างธนาคารกับเกษตรกรลูกค้า

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุ 20 – 55 ปี ที่ขึ้นทะเบียนเงินกู้ไว้แล้ว

2. เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ “ทวีสุข” คนละ 1 บัญชีเท่านั้น มีให้เลือก 3 รูปแบบการออม (1,200/6,000/12,000 บาทต่อปี)

ผลการดำเนินงานโครงการกองทุนทวีสุข

ผลการดำเนินงานสะสม ณ เดือนมีนาคม 2560 ปีบัญชี 2559 มีสมาชิกจำนวน 1,430,790 ราย มีเงินกองทุน เป็นเงิน 8,431.82 ล้านบาท

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน เป็นรูปแบบการให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ที่มีรายได้น้อย/ด้อยโอกาสและบุคคลทั่วไปที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ และมีความประสงค์ในการประกอบอาชีพเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่ม โดยขอสินเชื่อผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่ตนสังกัดเป็นสมาชิกหรือขอเข้าสังกัดเป็นสมาชิกใหม่ในองค์กรการเงินชุมชนที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ หรือเป็นแหล่งที่ตนประกอบอาชีพหลักเป็นสำคัญ สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน จึงถือเป็นสินเชื่อที่ปิดช่องว่างและสานรอยต่อจากสินเชื่ออื่นทุกประเภทที่ ธ.ก.ส. มีอยู่เพื่อเชื่อมไปยังผู้ที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส หรือบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะประกอบอาชีพที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เพิ่มหนี้ซ้ำซ้อนให้กับลูกค้าของ ธ.ก.ส.รายเดิม

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

สินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไว้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2) กลุ่มบุคคลทั่วไป 3) กลุ่มผู้ผ่านการอบรมจากหน่วยงานภาครัฐมาแล้ว 4) กลุ่มผู้จบการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวช. ขึ้นไป ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นบริการทางการเงินฐานราก (Microfinance) ได้อย่างทั่วถึง ตรงกับความต้องการ และสามารถลดภาระการกู้ยืมเงินนอกระบบได้ โดยใช้กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ส่งเสริมองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างงานเสริมรายได้ให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และเสริมบทบาท ของ ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสามารถปิดช่องทางของการให้บริการด้านการเงินเชิงพาณิชย์ของนายทุนซึ่งเป็นปัจจัยในการก่อหนี้นอกระบบแก่บุคคลผู้มีรายได้น้อยในชุมชน


ผลการดำเนินงานสินเชื่อโครงการธนาคารชุมชน

ผลการดำเนินงานสะสม ณ เดือนมีนาคม 2560 ปีบัญชี 2559 จ่ายสินเชื่อสะสม เป็นเงิน 221.05 ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีการรับชำระคืนเงินกู้สะสม เป็นเงิน 473.51 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร

ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะใช้กลไกประชารัฐในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 มีมติเห็นชอบมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 5 มาตรการ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชนบท โดยพัฒนาโครงการยุ้งฉาง โรงสีขนาดเล็ก พร้อมให้หมู่บ้านเสนอการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ยังขาดแคลน สร้าง SME เกษตรผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ทางธนาคารได้เห็นชอบให้ธนาคารปรับปรุงโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย เป็นโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย และอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมจากเดิม 50,000 ล้านบาท เป็น 72,000 ล้านบาท รวมถึงกำหนดวงเงินกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท ระยะเวลาการให้กู้เงินตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลที่มีนโยบายขับเคลื่อน

วัตถุประสงค์โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร

1. เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเกษตรที่ดีให้มีความเข้มแข็งและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
2. เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเป็นผู้ประกอบการภาคเกษตร มีความสามารถในการจัดการธุรกิจด้วยตัวเองหรือร่วมกลุ่ม
3. เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร
4. เพื่อก่อให้เกิดการจ้างแรงงานในภาคชนบทเพิ่มมากขึ้น


คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

SME เกษตร ประกอบด้วยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน รวมทั้งองค์กรที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกร ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเกษตรหรือเกี่ยวเนื่อง ภาคเกษตร มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้หรือสร้างนวัตกรรมการเกษตร หรือใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคการเกษตรไทย

ผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนมีนาคม 2560 ปีบัญชี 2559 ธ.ก.ส. จ่ายสินเชื่อแล้วจำนวน 44,125 แห่ง เป็นเงิน 58,067.54 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ

โครงการตามนโยบายรัฐที่สำคัญ ปี 2557/2558

โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ในการประชุมวันที่ 23 สิงหาคม 2557 มีมติให้ความเห็นชอบดำเนินโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนให้เข้ามาเป็นหนี้ในระบบ

วัตถุประสงค์โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

1. เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นหนี้ในระบบ
2.เพื่อช่วยลดภาระหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็นและเป็นภาระหนักให้แก่เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน
3.เพื่อให้เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนมีโอกาสฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นสามารถดำรงชีพได้อย่างเป็นปกติสุข

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นเกษตรกรที่ธนาคารรับขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าประจำสาขาตามข้อบังคับฉบับที่ 44

2. เป็นผู้มีหนี้นอกระบบ และให้รวมถึงหนี้นอกระบบของคู่สมรส หรือบุตรหรือคู่สมรสของบุตร หรือบิดาหรือมารดา หรือผู้อุปการะเลี้ยงดู ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

3. เป็นผู้มีความสามารถสร้างรายได้ทางการเกษตร และหรือรายได้อื่นเพียงพอต่อการชำระหนี้เงินกู้


ผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน

ผลการดำเนินงาน ณ เดือนมีนาคม 2560 ปีบัญชี 2559 จ่ายสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ (รายละไม่เกิน 100,000 บาท) จำนวน 69,361 ราย เป็นเงิน 5,713 ล้านบาท จ่ายสินเชื่อเพื่อสงวนสิทธิ์ที่ดินทำกิน (รายละไม่เกิน 150,000 บาท) จำนวน 2,530 ราย เป็นเงิน 243 ล้านบาท และจ่ายสินเชื่อตามโครงการอื่น จำนวน 3,265 ราย เป็นเงิน 609 ล้านบาท

โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60

ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 และวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 โดยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ เป้าหมาย 3.7 ล้านราย วงเงิน 37,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ถึง 31 ธันวาคม 2559 ยกเว้นภาคใต้สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

วัตถุประสงค์โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60

1. เพื่อสนับสนุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของประเทศ
2. เพื่อให้ชาวนามีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตดี
3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน


คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการเพาะปลูก 2557/58 กับกรมส่งเสริมการเกษตร ตามโครงการมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และผ่านการตรวจสอบรับรองสิทธิ์ให้สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ จานวนประมาณ 3.7 ล้านราย หรือเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการเพาะปลูก 2559/60 โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่

ผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60

ผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปีบัญชี 2559 ธ.ก.ส. โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 3,874,970 ราย เป็นเงิน 32,170.84 ล้านบาท

มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

ตามที่คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 มีมติเห็นชอบในหลักการการดำเนินมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ได้ร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ได้มีมติรับทราบการตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและหลักเกณฑ์ในการโอนเงินภายใต้มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งกำหนดให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการเทียบข้อมูลจากฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อมาคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 มีมติเห็นชอบในหลักการการดำเนินมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกร)

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2559 (วันสุดท้ายของการเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อสวัดิการแห่งรัฐ) และเป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้น้อยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปีในปี 2558 โดยมีการตรวจสอบสถานะบุคคลและความถูกต้องของข้อมูลในเบื้องต้นจากกรมสรรพากร และกรมการปกครองแล้ว ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนที่ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (http://www.rd.go.th) แล้วไม่ปรากฏชื่อ ให้นำเอกสารหลักฐานที่ธนาคารผู้รับลงทะเบียนให้ไว้ไปติดต่อที่สาขาธนาคารที่ตนไปลงทะเบียนภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2559

หลักเกณฑ์การโอนเงิน

หลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทั้งที่เป็นเกษตรกรและที่ไม่ใช่เกษตรกร : ใช้เส้นความยากจน (Poverty Line) ที่คำนวณโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเกณฑ์ในการอ้างอิงโดยในปี 2557 อยู่ที่ระดับประมาณ 30,000 บาทต่อคนต่อปี อัตราเงินโอน ดังนี้

1. ผู้มีรายได้น้อยทั้งที่เป็นเกษตรกรและที่ไม่ใช่เกษตรกร ที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โอนเงินให้จำนวน 3,000 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียว
2. ผู้มีรายได้น้อยทั้งที่เป็นเกษตรกรและที่ไม่ใช่เกษตรกร มีรายได้ตั้งแต่ 30,001 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โอนเงินให้จำนวน 1,500 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียว

ผลการดำเนินงานมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

ผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนมกราคม 2560 ปีบัญชี 2559 ธ.ก.ส. โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 4,227,159 ราย เป็นเงิน 9,889.06 ล้านบาท

โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60

ตามที่คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60 เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและภาระหนี้สินของเกษตรกรลูกค้าให้มีเงินเหลือเพื่อการดำรงชีพและฟื้นฟูการประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีระยะเวลาเพียงพอในการสร้างรายได้เพื่อเพิ่มความมั่นคงแก่ตนเองและมีศักยภาพในการชาระหนี้คืนแก่ธนาคารได้ในอนาคต โดยขยายระยะเวลาชำระคืนต้นเงินกู้และลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60

เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ในพื้นที่ตามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จานวน 12 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทาให้ไม่สามารถทาการผลิตได้ หรือผลผลิตได้รับความเสียหายทาให้มีรายได้ลดลงมากกว่าร้อยละ 50 จากรายได้ปกติ

วัตถุประสงค์โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระหนี้สินและเพื่อลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ให้สามารถนาเงินที่ได้รับการพักชาระหนี้และลดดอกเบี้ยไปปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของตนเองให้ดีขึ้น ในระหว่างที่พื้นที่การเพาะปลูกประสบปัญหาน้าท่วมผลผลิตเสียหาย รวมทั้งมีเงินเหลือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จาเป็นในครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเอง และฟื้นฟูการประกอบอาชีพของตนเอง ในช่วงหลังน้าลดลงสู่ภาวะปกติได้หลักเกณฑ์การโอนเงิน

ผลการดำเนินงานโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60

ผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนมีนาคม 2560 ปีบัญชี 2559 ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยแล้ว 238,057 ราย เป็นเงิน 83,304.88 ล้านบาท

ดาวน์โหลด Application ธ.ก.ส. (BAAC Application)
สงวนลิขสิทธิ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
กลับสู่ด้านบน