กรมธรรม์ ธกส มอบรัก ๑/๑

เป็นกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์  แบบคุ้มครองสินเชื่อแก่ลูกค้าผู้กู้ของธนาคาร เพื่อการคุ้มครองชีวิต และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จำนวนเงินทุนสงเคราะห์สูงสุด 500,000 บาทต่อราย ส่งชำระเป็นรายปี ครบกำหนดแล้วไม่มีเงินคืน สามารถส่งชำระหรือขอต่ออายุล่วงหน้า2-5 ปี (มีส่วนลด) ได้จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์

 

คุณสมบัติผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์และเงื่อนไขสำคัญกรมธรรม์

          ผู้ฝากเงินสงเคราะห์มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรลูกค้าผู้กู้ตามข้อบังคับที่ธนาคารกำหนด และคู่สมรส อายุระหว่าง 20-60 ปีบริบูรณ์ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นผู้พิการ  

ทั้งนี้ กรมธรรม์มีผลบังคับโดยสมบูรณ์หลังจากระยะเวลารอคอย 90 วัน และธนาคารมีสิทธิโต้แย้งหรือคัดค้านความไม่สมบูรณ์ของสัญญา หรือบอกล้างสัญญาได้ภายใน 1 ปี กรณีผู้ฝากเงินสงเคราะห์เสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินผลประโยชน์ส่วนที่เหลือหลังจากหักชำระหนี้ที่มีกับธนาคาร และหากกรมธรรม์ขาดผลบังคับ ต้องขอฝากใหม่เท่านั้น (รายละเอียดตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

 

จำนวนเงินทุนสงเคราะห์

- ลูกค้าเกษตรกรผู้กู้ สูงสุด 500,000 บาทต่อราย

- คู่สมรสของเกษตรกรผู้กู้ สูงสุด 200,000 บาทต่อราย

 

อัตราเงินฝากสงเคราะห์ ต่อจำนวนเงินทุนสงเคราะห์ 100,000 บาท

ช่วงอายุ (ปี)

20-50

51-60

61-65

66-70

อัตราปีละ (บาท)

365

665

965

1,265

 

การขอฝากเงินสงเคราะห์ตามกรมธรรม์  ติดต่อธนาคารสาขาที่ขึ้นทะเบียน โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำขอฝากเงินฝากเพื่อสงเคราะห์ชีวิต

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ที่ผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์เป็นเจ้าของบัญชี

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์

 

การส่งชำระเงินฝากสงเคราะห์ปีขอต่ออายุ

  1. หักบัญชีตามที่ระบุในใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์ โดยนำเงินเข้าบัญชีของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ ที่ระบุในใบแจ้งการส่งเงินฝากสงเคราะห์
  2. ชำระเป็นเงินสด โดยนำใบแจ้งการส่งเงินฝากสงเคราะห์ติดต่อเคาน์เตอร์สาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งชำระภายในวันที่ครบกำหนดหรือภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วันนับจากวันที่ครบกำหนด

**ข้อพึงระวัง** กรมธรรม์ขาดผลบังคับทันที กรณีไม่ได้ส่งชำระภายในระยะเวลาผ่อนผันข้างต้น

 

 

ระยะเวลาคุ้มครอง

1. เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่ธนาคารได้อนุมัติรับฝากเงินตามใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์ของผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์เรียบร้อยแล้วโดยมีผลคุ้มครองย้อนหลังไปยังเวลา 12.00 น. ของวันที่ธนาคารได้รับชำระเงินฝากสงเคราะห์

2. คุ้มครอง 1 ปี และสิ้นสุดความคุ้มครองเวลา 12.00 น. ของวันที่ครบกำหนดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

 

ผลประโยชน์

     กรณีผู้ฝากเงินสงเคราะห์เสียชีวิตหรือทุพพลถาวรสิ้นเชิง ผู้รับประโยชน์หรือผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตามแต่กรณี จะได้รับเงิน 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ส่วนที่เหลือหลังจากหักชำระหนี้ที่มีกับธนาคาร

 

ความคุ้มครอง กรณีขอรับความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติม

1. กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รับเพิ่มอีก 100% ของเงินทุนสงเคราะห์

2. คุ้มครองสูญเสียอวัยวะ สายตา และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงอันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุ ภายใน 180 วันนับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ รับเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์สัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ

 

การขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์  ติดต่อธนาคารสาขาทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนากรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

4. เอกสารเกี่ยวข้องตามแต่กรณีที่ขอแก้ไข เช่น สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลผู้ฝากเงินสงเคราะห์, สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาทะเบียนหย่า, สำเนาบัตรประชาชนหรือ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์, สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก เป็นต้น พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

5. สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ ในกรณีผู้รับประโยชน์มิใช่บุคคล 5 ประเภท ประกอบด้วย บิดา มารดา สามี ภรรยา และบุตร ให้จัดทำ “บันทึกเพิ่มเติมการขอฝากเงินสงเคราะห์”

 

การยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์  มีข้อควรทราบและการจัดเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้

1. ระยะเวลาที่จะต้องแจ้ง

   • แจ้งภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต หรือภายใน 7 วันนับแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ทราบว่ามีการฝากเงินสงเคราะห์

   • แจ้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2 ท่าน ลงความเห็นรับรองว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

2. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติ

        ผู้รับประโยชน์ต้องจัดทำและนำส่งเอกสารเพื่อการขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ตามรายการ ดังนี้

   2.1 ใบคำร้องขอรับประโยชน์มรณกรรม / ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

   2.2 หนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา จำนวน 5 ชุด

   2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และผู้รับประโยชน์

   2.4 ต้นฉบับกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ / ใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์

   2.5 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ที่มีการจำหน่าย “ตาย” และของผู้รับประโยชน์

   2.6 สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา มารดา โดยชอบธรรม (กรณีผู้รับประโยชน์อายุต่ำกว่า 15 ปี)

   2.7 สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และสำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ของผู้ฝากเงินสงเคราะห์

และผู้รับประโยชน์

   2.8 สำเนาใบมรณบัตรของผู้ฝากเงินสงเคราะห์

   2.9 สำเนาหนังสือรับรองการตาย (กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล)

   2.10 ประวัติการรักษาพยาบาล

3. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ

        นอกจากยื่นเอกสารตามข้างต้นแล้ว จะต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

   3.1 สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี

   3.2 สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ (หน้า-หลัง)

   3.3 สำเนารายงานการตรวจทางนิติเวช / ตรวจศพ (ถ้ามี)

4. เตรียมเอกสารกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

       ใช้เอกสารตามข้อ 2.1 - 2.6 โดยใช้หลักฐานเฉพาะผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่าผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงแล้ว ซึ่งรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2ท่าน

**ข้อพึงระวัง** สำเนาเอกสารที่จัดส่งธนาคาร จะต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมแสดงต้นฉบับ

 


" ธ.ก.ส. เป็นมากกว่าธนาคาร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย "

กลับสู่ด้านบน