กรมธรรม์ ธกส เพิ่มรัก2 12/10

เป็นกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ เพื่อการคุ้มครองชีวิตและออมทรัพย์แบบมีระยะเวลา โดยมีระยะเวลาการส่งฝาก 10 ปี ระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี จำนวนเงินทุนสงเคราะห์สูงสุด 200,000 บาทต่อราย เมื่อครบกำหนดจะได้รับ 100% ของเงินทุนสงเคราะห์

 

คุณสมบัติผู้ของฝากเงินสงเคราะห์และเงื่อนไขสำคัญกรมธรรม์

ผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรหรือครอบครัวเกษตรกร อายุระหว่าง 20-60 ปีบริบูรณ์ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นผู้พิการ

ทั้งนี้ กรมธรรม์มีผลบังคับโดยสมบูรณ์หลังจากระยะเวลารอคอย 180 วัน และธนาคารมีสิทธิโต้แย้งหรือคัดค้านความไม่สมบูรณ์ของสัญญา หรือบอกล้างสัญญาได้ภายใน 2 ปี และหากกรมธรรม์ขาดผลบังคับสามารถขอต่ออายุสัญญากรมธรรม์ได้ภายใน 5 ปี (รายละเอียดเพิ่มเติมตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

 

การขอฝากเงินสงเคราะห์ตามกรมธรรม์ ติดต่อธนาคารสาขาทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์แบบออมทรัพย์

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ที่ผู้ขอฝากเงินสงเคราะห์เป็นเจ้าของบัญชี

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์ (ถ้ามี)

 

การส่งเงินฝากสงเคราะห์งวดถัดไป

1. หักบัญชีตามที่ระบุในใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์ โดยนำเงินเต็มจำนวนที่กำหนดตามงวดส่งชำระเข้าบัญชีของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ตามที่ระบุในใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์

2. ชำระเป็นเงินสด โดยติดต่อเคาน์เตอร์สาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งชำระภายในวันที่ครบกำหนด หรือภายในระยะเวลาผ่อนผัน 2 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนด

**ข้อพึงระวัง** กรมธรรม์จะขาดผลบังคับทันที กรณีไม่ได้ส่งชำระเงินฝากสงเคราะห์ภายในระยะเวลาผ่อนผันข้างต้น

 

ผลประโยชน์

กรณีมีชีวิตอยู่:

- เมื่อครบกำหนดกรมธรรม์ รับ 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ พร้อมเงินสมนาคุณ 8 เท่าของจำนวนเงินที่

ส่งฝากรายเดือน

กรณีเสียชีวิตตามเงื่อนไขกรมธรรม์:

- เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยรับ 100% ของเงินทุนสงเคราะห์

- เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ รับเพิ่มอีก 100% ของเงินทุนสงเคราะห์

 

ความคุ้มครองพิเศษ

1. กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ต้องส่งเงินฝากสงเคราะห์ โดยยังคงได้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2. ได้รับชดเชยรายได้รายวันตามจำนวนเงินที่ส่งฝากรายเดือน กรณีนอนพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุสูงสุด 30 วันต่อปีกรมธรรม์ ทั้งนี้ไม่สามารถยกยอดคงเหลือสะสมไปยังปีกรมธรรม์ถัดไปได้

3. คุ้มครองสูญเสียอวัยวะ สายตา และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงอันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบันทึกแนบท้ายกรมธรรม์

ทั้งนี้ ความคุ้มครองข้อ 2 และ 3 ข้างต้นจะสิ้นสุดทันทีกรณีกรมธรรม์ขาดผลบังคับจากการขาดส่งเงินฝากสงเคราะห์หรือพิสูจน์พบข้อเท็จจริงการขอรับความคุ้มครองไม่เป็นไปตามที่กำหนด

 

การขอรับเงินชดเชยรายได้จากการนอนพักรักษาตัวโรงพยาบาล

          ต้องเป็นการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลฐานะคนไข้ใน จากกรณีเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น สามารถติดต่อ ธนาคารสาขาทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำร้องขอชดเชยรายได้การเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. ใบเสร็จรับเงิน หรือสำเนาใบเสร็จรับเงิน*

4. ใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการสำคัญ ผลการวินิจฉัย และการรักษา*

5. ใบสรุปหน้างบโรงพยาบาล (คนไข้ใน) หรือ ใบสรุปค่าใช้จ่ายโรงพยาบาล*

6. หนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา (ผู้ฝากเงินสงเคราะห์) จำนวน 3 ฉบับ

7. สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

          * หากท่านมีการเข้าพักรักษาตัวในสถานพยาบาลมากกว่าหนึ่งแห่ง ให้ขอเอกสารจากโรงพยาบาลทุกแห่งเพื่อประกอบการยื่นขอรับเงินชดเชยรายได้

 

การขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์ ติดต่อธนาคารสาขาทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารดังนี้

1. ใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนากรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์

4. เอกสารเกี่ยวข้องตามแต่กรณีที่ขอแก้ไข เช่น สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลผู้ฝากเงินสงเคราะห์, สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาทะเบียนหย่า, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์, สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก เป็นต้น พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

5. สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ ในกรณีผู้รับประโยชน์มิใช่บุคคล 5 ประเภท ที่ประกอบด้วยบิดา มารดา สามี ภรรยา และบุตร ให้จัดทำ “บันทึกเพิ่มเติมการขอฝากเงินสงเคราะห์”

 

กรณีกรมธรรม์ขาดผลบังคับ

1. สามารถติดต่อธนาคารสาขาทั่วประเทศ เพื่อขอต่ออายุสัญญากรมธรรม์ได้ภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ขาดผลบังคับโดยเตรียมเอกสารดังนี้

1.1. ใบคำขอต่ออายุสัญญากรมธรรม์ และคำแถลงรับรองสุขภาพ

1.2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

1.3. สำเนาคู่มือประจำตัวผู้ป่วย (เฉพาะกรณีเป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง)

2. จะได้รับมูลค่าใช้เงินสำเร็จกรณีเสียชีวิต โดยดำเนินการยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์ หรือมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากในวันที่ครบกำหนด มูลค่าตามตารางท้ายกรมธรรม์

 

การขอเวนคืนกรมธรรม์

กรณีมีความจำเป็น ไม่สามารถส่งชำระเงินฝากสงเคราะห์จนครบสัญญาได้ ผู้ฝากเงินสงเคราะห์สามารถติดต่อขอไถ่ถอนหรือเวนคืนกรมธรรม์ โดยผู้ฝากเงินสงเคราะห์จะได้รับเงินมูลค่าเวนคืนตามตารางท้ายกรมธรรม์

 

การยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์ มีข้อควรทราบและการจัดเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้

1. ระยะเวลาที่จะต้องแจ้ง

  • แจ้งภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิตหรือภายใน 7 วันนับแต่วันที่ผู้รับประโยชน์ทราบว่ามีการฝากเงินสงเคราะห์

  • แจ้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2 ท่าน ลงความเห็นรับรองว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

2. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติ ผู้รับประโยชน์ต้องจัดทำและนำส่งเอกสารเพื่อการขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ตามรายการ ดังนี้

2.1 ใบคำร้องขอรับประโยชน์มรณกรรม / ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

2.2 หนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา จำนวน 5 ชุด

2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และผู้รับประโยชน์

2.4 ต้นฉบับกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ / ใบคำขอฝากเงินสงเคราะห์

2.5 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ฝากเงินสงเคราะห์ที่มีการจำหน่าย “ตาย” และของผู้รับประโยชน์

2.6 สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา มารดา โดยชอบธรรม (กรณีผู้รับประโยชน์อายุต่ำกว่า 15 ปี)

2.7 สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และสำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ของผู้ฝากเงินสงเคราะห์และผู้รับประโยชน์

2.8 สำเนาใบมรณบัตรของผู้ฝากเงินสงเคราะห์

2.9 สำเนาหนังสือรับรองการตาย (กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล)

2.10 ประวัติการรักษาพยาบาล

 

3. เตรียมเอกสารกรณีเสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ

นอกจากยื่นเอกสารตามข้อ 2 ข้างต้นแล้ว จะต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

3.1 สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี

3.2 สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ (หน้า-หลัง)

3.3 สำเนารายงานการตรวจทางนิติเวช / ตรวจศพ (ถ้ามี)

 

4. เตรียมเอกสารกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

ใช้เอกสารตามข้อ 2.1-2.6 โดยใช้หลักฐานเฉพาะผู้ฝากเงินสงเคราะห์ และใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่า ผู้ฝากเงินสงเคราะห์ ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงแล้ว ซึ่งรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐอย่างน้อย 2 ท่าน

**ข้อพึงระวัง** สำเนาเอกสารที่จัดส่งธนาคาร จะต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแสดงต้นฉบับ


" ธ.ก.ส. เป็นมากกว่าธนาคาร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย "

กลับสู่ด้านบน